เจริญสุข's profile::: Rattakan Maliwala ::...PhotosBlogListsMore Tools Help

เจริญสุข สวัสดี

Occupation
Location
Interests
discovery

ลูกทุ่งมหานคร

Thank You

---------------------
จำนวนผู้เข้าชม
ตั้งแต่วันที่ ๒ ก.พ. ๔๙
จำนวนผู้เข้าชม
---------------------

::: Rattakan Maliwala :::

[ Discover Ture Life ]
Photo 1 of 21
June 05

เพลงธรรมะดี ๆ มีให้ฟัง

บูชาบุพการี - เด็กดี

หนูขอวันทาบูชาผู้มีพระคุณ พ่อแม่ที่เลี้ยงเราให้อบอุ่น เมตตาการุณทุกอย่าง
อุ้มท้องเก้าเดือน แม่คอยระวังอยู่ทุกก้าวย่าง คลอดลูกเจ็บปวดจนร้องคราง
พออุ้มลูกวาง อ้อมอกเปรมปรีด์

น้ำนมมารดา กลั่นมาจากเลือดในทรวง ให้ลูกดื่มกิน ท่านไม่เคยหวง รักเราดังดวงฤดี ป่วยร้องงอแง พ่อแม่กังวล คอยอุ้มพัดวี ผ้าอ้อมเปรอะ อึเปื้อนเหม็นฉี่ เปลี่ยนให้ไม่มีรังเกียจเดียจฉันท์

ลูกเปรียบดังเหมือนดวงใจแม่ พ่อรักเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ดูแลคุ้มครองป้องกัน ในแดนโลกนี้ ไม่มีรักใดเทียมทัน ความรักพ่อแม่เท่านั้น คือความรักจริงไม่คลาย

หนูขอทำดี บูชาบิดา มารดา บุญคุณท่าน ล้นดินท่วมแดนฟ้า เหนือกว่าคำบรรยาย กราบเท้าวันทา ขอแทนคุณท่านจนวันชีพวาย ตราบเฒ่าแก่ดูแลใกล้กาย เพื่อลูกหญิงชายตระหนักบุญคุณ

 

หัวใจฮำฮอน - พิมพา พรศิริ

(พูด)หล่าเอ๊ย เจ้าสุขสำบายดีบ่ ตอนนี่เจ้าอยู่ไส บ่คึดอยากมาบ้านเฮาแน่บ้อ.
(ร้อง).ได้ยินเสียงเพลงที่โฆษณา ดังแว่วมาน้ำตาก็จะพาลจะไหล เสียงกล่อมเห้เฮแม่เคยแกว่งไกว คิดเห็นภาพของเจ้าที่นอนหลับไหล แต่ครั้งเยาว์วัยช่างไร้เดียงสา ..
โอโอ้โอโอโอ้โอ่โอ
โอโอ้โอโอโอ้โอ่โอ.

ลูกเอ๋ยเจ้าอยู่ไส แม่อยากตามไปกล่อมเจ้านอน นอนนอนเสียเด้อหล่า คำนี้หนาแม่เคยกล่อมนอน นอนนอนเสียเถิดเจ้า แม่จะคอยเฝ้าเมื่อยามเจ้านอน หัวใจแม่ยังฮำฮอน ยามหลับยามนอนบ่เคยซำบาย ..
เอ่เอ้เอ่เอ้......

ทุ่งนายังมีข้าวเขียว ใบเรียวเป็นพุ่มไสว เจ้าทุยยังมีลูกน้อย ที่คอยเดินตามแม่ไป ทุยเอ๋ยข้าอยากเป็นเจ้า จะได้ไม่เหงาทนอยู่เดียวดาย ยามเจ็บมีคนดูใจ ยามป่วยไข้มีคนรักษา ..
ฮือฮือฮือฮือ...

ได้ยินเสียงเพลงที่โฆษณา ดังแว่วมาน้ำตาก็พาลจะไหล เสียงกล่อมเสียงนี้นั้นมีความหมาย อยากให้เจ้าได้ฟังเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะสายเมื่อยามเจ้ามา ..
เอ่เอ้ เอ่เอ้ เอ่เอ้ เอ่เอ้

(พูด)หล่าเอ๊ยคันเจ้าได้ยินเสียง ที่แม่เว้าซอยส่งข่าวมาบ้านแนเด้อ แม่เป็นห่วง อยากเห็นหน่าเจ้าหล๊ายหลาย.
 

กล่อม - พุ่มพวง ดวงจันทร์

ลูกเอ๋ย นอนเถิดนอนเสียเจ้า ยังอ่อนยังเยาว์ ขวัญเจ้าดวงจิตแม่เอย ห่วงจริงแม่ไม่ทิ้งไปเลย นอนเสียเอ่ย ตื่นได้เชยชมกัน ฟังกล่อม ฟังเถิดจอมขวัญ ฟังแม่รำพัน ให้สวรรค์คุ้มครองเจ้า ทวยเทพ ครองป่าครองเขา ลูกยังอ่อนเยาว์โปรดเฝ้าดูแล
....ฮืม......

หลับเสียดวงหทัยของแม่ แม่อยู่ ดูแล ขวัญแม่นอนเถิดแม่นอน ลูกเอ๋ย แม่เฉลยคำพร บุญครั้งก่อน แม่เคยทำมา ขอให้ บุญช่วยรักษา วอนไหว้บูชา ให้ฟากฟ้ามาปกป้อง คุ้มเหตุ ภัยเภททั้งผอง เทพเจ้าครอง ปกป้องดวงใจ...
 

 
February 23

การพัฒนาชุมชนท้องถิ่น

บทบาทเครือข่ายเยาวชนดงรัก กับ"การพัฒนาชุมชนท้องถิ่น"

ชุมชนท้องถิ่นในปัจจุบันมีปริมาณวัยรุ่นวัยหนุ่มสาวตกค้างมากขึ้น แต่กลับไม่ใช่วัยแรงงานสำหรับครัวเรือน แม้จะเพิ่มปริมาณมากขึ้นก็ตาม อันเนื่องมาจากการปลูกฝังและการวางความสัมพันธ์ทางอำนาจที่จะผูกขาดในการถ่ายทอดความรู้ของโรงเรียนซึ่งตามหมู่บ้านต่างๆ ในปัจจุบันได้เปิดสอนไปถึงระดับมัธยมต้น โดยปรากฏการณ์นี้ ควรจะเป็นปัจจัยเชิงบวกให้กับแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องแรงงานขาดแคลนในภาคการเกษตรชนบท แต่ผลที่เกิดขึ้นนอกจากไม่สามารถสนับสนุนการขาดแคลนแรงงานในครัวเรือนได้แล้ว ยังกลายเป็นเงื่อนไขที่เอื้ออำนวยนำไปสู่การพัฒนาให้เป็นกลุ่มลูกค้าหลักของยาเสพติด การสำส่อนทางเพศ ความรุนแรง และพัฒนาไปสู่ยุวชนอาชญากรรม ดังนั้น หลักสูตรการศึกษาและกิจกรรมจึงต้องคิดหรือวางแผนให้ไกลกว่าการเรียนในห้องเรียน เพื่อพัฒนาและยกระดับจิตสำนึกเด็ก และยาวชนให้เข้าใจและตระหนักต่อสภาพของชุมชน

ในขณะที่ชุมชนหมู่บ้านเองหลังการพัฒนาขนานใหญ่ "น้ำไหล ไฟสว่าง ทางดี มีงานทำ โทรทัศน์ถึง โทรศัพท์ทั่ว" ระหว่าง ทศวรรษ 30 จนถึง ทศวรรษที่ 40 ทำให้ในสถานการณ์ปัจจุบันหลายๆ ชุมชนกำลังเปลี่ยนวิถีไปเป็นเมือง โดยเฉพาะวัฒนธรรมบริโภคและการแตกห่างของความสัมพันธ์ภายในชุมชน ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการศึกษา ที่ผลักดันความสัมพันธ์ออกจากชุมชน ส่วนหนึ่งมาจากอิทธิพลสื่อ และพลังโลกาภิวัตน์ที่ทำให้ชุมชนในปัจจุบันเร่งรีบทำการผลิตหรือสร้างรายได้เพื่อให้เพียงพอกับรายจ่าย ทำให้ในระยะเวลาเพียง 20-30 ปี วิถีการผลิตคนชนบทเปลี่ยนจากชาวนาไปเป็นชาวไร่ที่ปลูกพืชอย่างหลากหลาย อาทิ มันสำปะหลัง ปอ มะม่วงหิมพาน อ้อย ยูคาร์ลิปตัส และยางพารา

วัฒนธรรมแรงงาน การลงแขก การซอแรง ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่ต้องใช้พลังชุมชนมากมาย ได้หายไป หายไปพร้อมๆ กับการเข้ามาของเงินและการจ้างงานทำให้เกษตรกรส่วนหนึ่งถูกแรงบีบของเศรษฐกิจ หนี้สิน ให้กลายไปเป็นแรงงานไร้ฝีมือในเมือง และละเลยบทบาทการกล่อมเกลาพัฒนาเด็กๆ และเยาวชนให้สมบูรณ์ทั้งในด้านจิตใจและร่างกาย ซึ่งแม้แต่บทบาทแม่ซึ่งสำคัญมากสำหรับขั้นตอนแรกของการอบรมกล่อมเกลาสมาชิกในครัวเรือนโดยเฉพาะวัยเด็ก หรือ บทบาทปู่ย่า ตายาย ไปจนถึงโครงสร้างอำนาจที่สืบทอดอุดมการณ์ของชุมชน ก็ล้วนแต่ถูกผันไปเป็นสินค้าประเภทแรงงานในภาคต่างๆ จนหมด ทำให้ลูกหลาน เยาวชนถูกซ่อนและฝากไว้กับระบบการศึกษา ในขณะที่สถาบันกล่อมเกลาความคิด จิตใจให้เป็นส่วนหนึ่งของชุมชน อาทิ วัด ก็เริ่มไร้พระสงฆ์สถาบันอาวุโสคนเฒ่าคนแก่ในปัจจุบันก็จ่อมจมสิ้นหวังและเมามายอยู่ตามร้านค้า

เมื่อเยาวชน 2 กลุ่ม ส่วนหนึ่งคือกลุ่มนักเรียน อีกส่วนหนึ่งกลุ่มที่ไม่เรียนกลายเป็นกลุ่มเดียวกัน อาศัยอยู่ร่วมกันในชุมชน แต่ขาดการหยิบยื่นเข้ามาดูแลจากหน่วยงานต่างๆ ขาดกระบวนการกระตุ้นให้ตระหนัก ขาดการส่งเสริมในด้านที่สร้างสรรค์ ทำให้ปัญหาการรวมกลุ่มเป็นแก๊ง เป็นก๊วน แล้วมีพฤติกรรมลอกเลียนแบบเด็กเมืองหรือดาราทีวีก็เริ่มมีมากขึ้น

ดังนั้น "โครงการค่ายเยาวชนทำสื่อ (รักคนอ่าน)" เพื่อพัฒนาทักษะผู้นำเยาวชนเกี่ยวกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นโครงการร่วมมือระหว่าง เครือข่ายเพื่อการพัฒนาเยาวชนอำเภอพนมดงรัก กับ ไทยเอ็นจีโอ โปรเจกส์ / มูลนิธิกองทุนไทย จึงเกิดขึ้น โดยมีเป้าหมายก็เพื่อพัฒนาศักยภาพเยาวชนในชุมชนให้มีความสามารถในการคิด การนำ การตัดสินใจ และมีจิตสำนึกในความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคมส่วนรวม

นอกจากนั้นก็ผลักดันให้เกิดการสร้างพลังเครือข่าย เวที เพื่อการเรียนรู้ในด้านต่างๆ อาทิ กิจกรรมวิทยุชุมชน กิจกรรมด้านศิลปะวัฒนธรรม การกีฬา กิจกรรมไอที / อินเตอร์เน็ต เป็นต้น นอกจากนั้น การนำกิจกรรมมาพัฒนาเยาวชนสามารถสร้างประสบกาณณ์ในการเข้าใจถึงหลักการและวิถีชีวิตแบบประชาธิปไตยได้อีกด้วย

นายชัยพฤกษ์ สมานรักษ์ ชาวบ้านอำปึล ต.บักได อ.พนมดงรัก สุรินทร์ หนึ่งในแกนนำก่อตั้ง เครือข่ายเพื่อการพัฒนาเยาวชนอำเภอพนมดงรัก ได้สรุปแนวคิดค่ายเยาวชนทำสื่อ (รักคนอ่าน) ในครั้งนี้อย่างกระชับว่า

"เยาวชนเป็นกำลังสำคัญของการพัฒนาประเทศ ถ้าหากเยาวชนไม่ได้รับการพัฒนาให้ถูกทาง สังคมไทยก็อาจจะเกิดปัญหาตามมา ซึ่งนับวันยิ่งรุนแรงซับซ้อน โดยเฉพาะเยาวชนกลุ่มเสี่ยงที่ต้องตกเป็นเหยื่อ อันเนื่องมาจากการขาดกระบวนการพัฒนาด้านหลักคิด การสร้างความรู้ความเข้าใจ ต่อความเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วของสังคม

เครือข่ายเพื่อการพัฒนาเยาวชนอำเภอพนมดงรัก ริเริ่มมีแนวคิดการสร้างศักยภาพเยาวชนมา ตั้งแต่ปี 2544 โดยเราใช้กิจกรรมเป็นกระบวนการเสริมให้เยาวชนได้คิดได้เรียนรู้ เพื่อยกระดับทางความคิด จิตสำนึกและพัฒนาไปเป็นบุคลากรของสังคมที่มีคุณภาพในอนาคต

โครงการค่ายเยาวชนทำสื่อ (รักคนอ่าน) เพื่อพัฒนาทักษะผู้นำอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม หรือ เรียกง่ายๆ ว่า "ค่ายต้นกล้าพนมดงรัก" เกิดมาจากแนวคิดว่า ทำอย่างไรจะเชื่อมร้อยกลุ่มเยาวชนในพื้นที่ให้ได้เข้ามาทำงานเรียนรู้ร่วมกัน เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันของตัวเองได้

บวกกับปัจจุบัน สถานการณ์ภาวะโลกร้อน การลดลงจนนำไปสู่การแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติ ป่าไม้ ที่ดิน และปัญหาสิ่งแวดล้อมกำลังเป็นประเด็นสำคัญมาก เพราะอำเภอพนมดงรัก มีพื้นที่ 1 แสนกว่าไร่ ซึ่งในอดีตเคยมีทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่าอุดมสมบูรณ์มาก แต่ปัจจุบันแทบจะไม่เหลือให้ได้เห็นอีกแล้ว เนื่องจากถูกบุกรุกแผ้วถางมาโดยตลอด และอีกไม่นานคงจะไม่เหลือเลย แต่จะแปรเปลี่ยนเป็นไร่อ้อย ไร่มันสำปะหลัง และสวนยางพารา ดังนั้น กิจกรรมนี้เองจึงมุ่งเน้นว่า ทำอย่างไร ที่จะให้เยาวชนอำเภอพนมดงรักรู้สึก ตระหนักและปกป้องหวงแหนทรัพยากรในท้องถิ่นของตนครับ"

August 25

ค้ามนุษย์

เด็กชาติพันธุ์ กับการกลายเป็นแรงงานนอกระบบ ในอำเภอปาย แม่ฮ่องสอน

กว่า 10 ปีที่ อำเภอปายได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยว ในด้านความสวยงามของธรรมชาติ และความรื่นเริงจากเสียงเพลงที่หลากหลายในยามค่ำคืน ทุกปีในช่วงฤดูการท่องเที่ยว เดือนตุลาคมถึงกุมภาพันธ์ เมืองปายจะเต็มไปด้วยนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ ช่วงเวลานี้เองที่ทำให้เศรษฐกิจเมืองปายมีการเติบโตอย่างรวดเร็ว จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มมากขึ้น ประกอบกับจำนวนร้านค้า ร้านอาหารจำนวนมากที่กลับมาเปิดกิจการในช่วงฤดูหนาว ทำให้ความต้องการแรงงานในภาคการบริการเพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน

นี่เองจึงเป็นสาเหตุให้มีการย้ายถิ่นชั่วคราว ของเด็กหญิงชายชาติพันธุ์กลุ่มต่างๆ ในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอนเข้าสู่อำเภอปายเป็นจำนวนมาก เนื่องจากแรงงานเด็กเหล่านี้เป็นแรงงานราคาถูกที่มีค่าแรงต่ำ เจ้าของกิจการมีอำนาจในการต่อรองต่อตัวแรงงานเด็ก เพราะว่าข้อจำกัดส่วนใหญ่ของตัวเด็กคือ การไม่มีบัตรประชาชน

จากการพูดคุยกับ เด็กหญิงชาวไทยใหญ่ บ้านโท้งหลวง อำเภอปางมะผ้า ซึ่งได้ทำงานรับจ้างในร้านอาหารในอำเภอปายมากว่า 2 ปี พบว่า การทำงานรับจ้างในร้านอาหาร ช่วงฤดูท่องเที่ยวช่วยสร้างรายได้ให้กับพวกเธออย่างมาก ร้านอาหารส่วนใหญ่ต้องการพนักงานเสริฟ และแม่ครัวในจำนวนที่มากกว่าปกติ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้กับพวกเธอได้ทำงาน เพราะเงื่อนไขในการสมัครงานไม่มีข้อจำกัดทั้งในเรื่องวุฒิการศึกษา หรือการมีบัตรประจำตัวประชาชน

ในเรื่องรายได้ที่พวกเธอรับจากการทำงานร้านอาหารนั้น หากเทียบกับค่าแรงรับจ้างภาคเกษตรหรือการเก็บผลผลิตทางการเกษตรขาย จะพบว่าเงินจากการทำงานร้านอาหารเป็นเงินจำนวนมากสำหรับพวกเธอ

เจ้าของเกสเฮาส์แห่งหนึ่งในตัวเมืองปาย ได้พูดถึงสาเหตุของการจ้างแรงงานกลุ่มชาติพันธุ์ว่า เป็นกลุ่มที่ทำงานเก่ง เรียนรู้งานเร็ว และจากเงื่อนไขเรื่องบัตรประชาชนทำให้คนงานกลุ่มนี้ไม่เรียกร้องมากในเรื่องค่าตอบแทน และการทำประกันสังคม แม้ว่าหลายร้านจะจ้างเด็กเหล่านี้ไว้ แต่ส่วนใหญ่มักจำกัดขอบเขตให้อยู่ในแต่ร้าน เนื่องจากเป็นการเสี่ยงต่อเจ้าของร้านเองในการจ้างแรงงานอายุต่ำกว่า 18 ปี

การให้ความรู้แก่เด็กทั้งที่ศึกษา ในระดับชั้นประถมศึกษาและหลังจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เกี่ยวกับการสิทธิเด็กเป็นอีกหนึ่งในโครงการพัฒนาทักษะชีวิตของ มูลนิธิรักษ์เด็ก ซึ่งมีพื้นที่การทำงานอยู่ในเขตอำเภอปางมะผ้า

โดยมีเป้าหมายหลักในการพัฒนาทักษะชีวิต ให้แก่เด็กผ่านทางพื้นที่โรงเรียน ศึกษาศักยภาพในการได้รับการศึกษาของเด็กนักเรียนชาติพันธุ์ และการให้ความรู้ในเรื่องสิทธิแก่เด็กทั้งที่เรียนอยู่ในระบบการศึกษาของรัฐ และเด็กที่ออกไปทำงานนอกชุมชน ทั้งเรื่องการเรียกร้องการประกันสังคมจากนายจ้าง การให้ความรู้เกี่ยวกับเงื่อนไขการจ้างงาน และค่าจ้างขั้นต่ำ

แต่กระนั้นการให้ความรู้เกี่ยวกับการทำงานแก่เด็กในโรงเรียนยังคงไม่ทั่วถึง ประกอบกับข้อจำกัดในด้านการศึกษา ทั้งปัญหาจากการไม่มีบัตรประชาชน ซึ่งส่งผลต่อการศึกษาในระดับที่สูงกว่าชั้นประถม การขาดความรู้เกี่ยวกับการศึกษาต่อ ความยากจน การขาดทางเลือกในการประกอบอาชีพ ยังคงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้มีการเคลื่อนย้ายแรงงานเด็กเข้าสู่อำเภอปายในช่วงฤดูการท่องเที่ยว

.... เหล่านี้อาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดมีการหลอกลวงเด็กชาติพันธุ์ เข้าสู่กระบวนการค้ามนุษย์ แล้ว "ปาย" กลายเป็นที่หนึ่งในหลายๆ ที่ที่ธุรกิจการท่องเที่ยว การบริโถคเข้าคุกคามวิถีชีวิตชุมชน


ที่มา ไทยเอ็นจีโอ.org รายงาน 16 สิงหาคม 2550 

ค้ามนุษย์

จากบ้านป่าสู่เมืองปาย ชีวิตเด็กสาวชาติพันธุ์ในเมืองแห่งการท่องเที่ยว

“น้องเข้าไปทำงานในปายมา เพิ่งปิ๊กมาได้บ่กี่อาทิตย์ ปิ๊กมาปลูกไฮ่ เดี๋ยวหน้าไฮ (High season) ค่อยไปใหม่ ทำงานก็สนุกดีนะพี่ น้องอยู่ในครัว เปิดร้าน 7 โมง ปิดก็ 4 ทุ่ม บางวันก็เที่ยงคืน แล้วแต่แขก เงินเดือน 1800 ตอนไปใหม่ๆได้ 1500 แต่แม่ (เจ้าของร้าน) เขาเห็นว่าทำงานนานแล้วก็เลยขึ้นเงินเดือนหื้อ”
ป็อด เด็กสาวไทยใหญ่ บอกเล่าประสบการณ์การทำงานในเมืองปายให้เราฟังอย่างฉะฉาน

หลังจบ ป.6 จากโรงเรียนในหมู่บ้าน เธอไม่มีโอกาสได้เรียนต่อ ทั้งพ่อป่วย แม่พิการ ภาระการหาเลี้ยงครอบครัวจึงตกอยู่ที่เธอและพี่ชาย ข้าวไร่เป็นสิ่งสำคัญของครอบครัว หากปีใดปลูกข้าวได้ไม่พอกินตลอดปีนั่นหมายความว่าเธอต้องออกไปทำงานรับจ้างนอกหมู่บ้าน หาเงินส่งให้ครอบครัวซื้อข้าว กว่า 20 ปีที่ครอบครัวเธอพยายามหนีสงครามจากพม่า พ่อแม่ไม่มีบัตรประชาชน แต่เธอผู้ซึ่งเกิดบนแผ่นดินไทย กลับถูกยอมรับให้ยืมแผ่นดินอาศัยผ่านทางบัตรเขียวขอบแดง

2 ปีแล้วที่เธอเดินทางออกไปรับจ้าง ผ่านการชักชวนจากเพื่อนรุ่นพี่ในหมู่บ้านที่กลับมาบอกเล่าถึงวิธีการหาเงินที่ง่ายกว่าการเข้าไร่ ตากแดด ตัวดำ เด็กสาวตัดสินใจเก็บของออกจากบ้าน โดยที่ไม่รู้เลยว่าเธอจะได้ทำงานอะไร

เจ้าของร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่งในปาย รับเธอไว้ให้ทำงานในครัว ทำอาหารฝรั่งที่ไม่ยากเกินกว่า ปิ้ง ทอด ย่าง ร้านเปิด 7 โมงเช้า ปิด 4 ทุ่ม หากวันนั้นแขกเยอะ เธอต้องทอดมันฝรั่ง หั่นผักสลัดไปจนถึงเที่ยงคืน เงินเดือน 1,800 บาท และกับการทำงานอย่างไม่มีวันหยุด ตลอดเวลากว่า 5 เดือนของฤดูการท่องเที่ยว

พวกเรานั่งฟังเธอเล่าพร้อมอารมณ์ที่ยากจะบรรยาย น้ำเสียงและสีหน้าที่ภาคภูมิ ทำให้เราแน่ใจว่า เธอไม่รู้ตัวเลยถึงการขูดรีดที่ตัวเองถูกกระทำอยู่ เงินเดือนเพียงน้อยนิดที่เธอได้รับ เป็นเพียงเศษเงินจากกำไรมหาศาลที่ร้านได้รับในฤดูท่องเที่ยว ความห่วงใยจากเจ้าของร้านที่ไม่อนุญาตให้เธอและเพื่อน ออกไปเที่ยวนอกร้านด้วยเกรงว่าจะหลงทาง (ในเมืองปายอันกะจิดริด) หรือถูกทำร้าย มันกลับแฝงนัยของความห่วง (ตัวเอง) ของเจ้าของร้าน จากข้อหาการรับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้าทำงาน ขาดประกันสังคม ภายใต้ค่าแรงที่ต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ ไม่มีบัตร

มีหรือที่เขาจะไม่รู้กฎหมายเหล่านี้ ในเมื่อเขาเป็นถึงข้าราชการตำแหนงใหญ่ ของอำเภอปาย


เด็กๆ ไทยใหญ่ในโรงเรียนชายแดนพม่า


เด็กสาวชาวไทยใหญ่ กลับมาเยี่ยมบ้านก่อนไปทำงาน ในเมืองปายในฤดูหนาว

“พี่ไม่ชอบพวกนี้เลยว่ะ มันมากับฝรั่ง ชูคอใส่เราเลยนะ เวลาสั่งอาหารมันก็ชี้ๆ เอา บางทีก็ให้ผัวสั่งให้ แล้วเวลามันนั่งกับผัวมันนะ สีกันจนไฟแทบจะลุกท่วมร้าน พี่ไม่ได้อคตินะ แต่พี่เห็นแล้วหมั่นไส้ว่ะ” สาวเจ้าของร้านอาหารอิตาเลี่ยน ระบายให้ฟังพร้อมเผยิดหน้าให้ดูสาวลีซอกับคู่ควงฝรั่งที่เพิ่งเดินออกจากร้าน

คืนหนึ่งในบาร์ชื่อดังของอำเภอปาย ฉันถามรุ่นพี่คนปายถึงสาวสายเดี่ยวที่เต้นส่ายโชว์เรือนร่างอยู่หน้าเวที “อ่อ เขาเป็นคนในพื้นที่” สาวลีซอหน้าใสใส่เสื้อผ้าน้อยนิดที่พยายามเอนเอียงปิดส่วนสงวนของร่างกายตามจังหวะการส่ายตัวที่ยั่วยวน พวกเธอกำลังส่งสายตากับฝรั่งหนุ่มกลุ่มใหญ่ “สาวลีซอ” อีกแล้ว ฉันพยายามถามถึงที่มาที่ไปของแม่สาวใจถึงเหล่านี้ กว่า 2 ปีในอำเภอปาย ไม่เคยมีครั้งไหนที่ฉันเข้ามาเจอปรากฏการณ์ลีซอฟีเวอร์ขนาดนี้

“มันเป็นค่านิยมใหม่ของฝรั่ง” เพื่อนคนหนึ่งเล่าให้ฉันฟังถึงปรากฏการณ์นี้ว่า ฝรั่งที่เข้ามาในปาย บางส่วนชอบหาสาวพื้นบ้านมาควง จากเดิมที่นิยมเพียง Non-white woman แต่ตอนนี้ความนิยมเปลี่ยนแนวเป็นสาวชาติพันธุ์ บ้างว่าเพราะเธอเหล่านั้นอ่อนหวาน เชื่อฟัง ช่างเอาใจ แต่บ้างก็เพียงต้องการได้ชื่อว่ามีความสัมพันธ์กับผู้หญิงที่แปลกกว่าเพียงผู้หญิงไทย เช่นเดียวกับในหมู่บ้าน ค่านิยมการมีสามีฝรั่ง ถูกสั่งสอนให้เด็กหญิง ภาพของบ้านใหญ่โต เงินทองที่เหลือกินเหลือใช้ของผู้หญิงที่แต่งงานกับฝรั่ง กลายเป็นความคาดหวังที่ถูกสั่งสอนให้กับเด็กผู้หญิง เมื่อความต้องการของทั้งสองฝ่ายมีความเป็นไปได้ที่จะได้รับการตอบสนอง ปรากฏการณ์สาวลีซอระบาดจึงเกิดขึ้น

แต่หากมองในมุมกลับกัน ภายใต้สังคมการผลิต ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพืชเศรษฐกิจ ที่รัฐสนับสนุนให้ปลูกแต่ไม่มีการตรึงราคา ภาระการเลี้ยงดูครอบครัวที่ถูกผลักให้กับลูกสาว การไม่มีบัตรซึ่งส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเข้าเรียนในระดับชั้นที่สูงกว่าป.6 และการหางาน แรงงานไม่มีบัตรมักถูกกดค่าแรงจนต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำอยู่เสมอ หากมองจากมุมนี้ภาพของการจับฝรั่งของสาวชาติพันธุ์อาจสะท้อนให้เห็นการพยายามปรับเปลี่ยนสถานะของตน ผ่านการแต่งงานกับชาวต่างชาติรวย

โปสเตอร์แผ่นหนึ่งสะกิดใจฉันให้ฉุกคิด ภาพของการรณรงค์ป้องกันการค้ามนุษย์ หนึ่งในนั้นคือภาพหญิงสาวแต่งงานกับชาวต่างชาติ แต่ในภาพข้างๆ คือภาพแสดงการหลอกผู้หญิงไปขาย และใช้แรงงานเยี่ยงทาส เด็กสาวลีซอที่กำลังเริงร่าไขว่คว้าฝรั่งในเมืองปาย ฉันไม่รู้ว่าพวกเธอจะเคยเห็นภาพเหล่านี้ไหม


สาวชาติพันธุ์นั่งดื่มเหล้า กับกลุ่มนักท่องเที่ยว ในบาร์ริมทาง


ทุกคืนในเมืองปาย มักพบสาวชาติพันธุ์ นั่งดื่มกับนักท่องเที่ยวในบาร์เสมอ

จากเด็กไทยใหญ่บนดอยสูง ถึงสาวลีซอในเมืองปาย สิ่งหนึ่งที่ฉันมองเห็นคือความเสี่ยง เสี่ยงจากการไม่รู้ และการถูกกีดกันไม่ให้มีโอกาสได้รู้ จะมีสาวลีซอสักกี่คนที่ได้แต่งงาน มีความสุขกับหนุ่มฝรั่งที่เธอ จับ ได้ หากแต่สาวลีซออีกกี่คนที่ต้องเปลืองเนื้อเปลืองตัวให้ผู้ชายที่เธอหวังจะพึ่งพา แต่กลับไม่ได้ดั่งใจคิด เด็กสาวลีซออีกกี่คนที่ต้องลงมาใช้แรงงาน ภายใต้การขูดเนื้อขูดกระดูกของเจ้าของกิจการ และอีกกี่คนที่อาจถูกหลอกไปขายในเมืองใหญ่

ถ้าเพียงแต่พวกเธอได้รู้ - เรียน - ถือบัตร


 

ที่มา ไทยเอ็นจีโอ.org

7 สิงหาคม 2550  

 
ขอบคุณสำหรับการเข้าเยี่ยมชม!
Please wait...
Sorry, the comment you entered is too long. Please shorten it.
You didn't enter anything. Please try again.
Sorry, we can't add your comment right now. Please try again later.
To add a comment, you need permission from your parent. Ask for permission
Your parent has turned off comments.
Sorry, we can't delete your comment right now. Please try again later.
You've exceeded the maximum number of comments that can be left in one day. Please try again in 24 hours.
Your account has had the ability to leave comments disabled because our systems indicate that you may be spamming other users. If you believe that your account has been disabled in error please contact Windows Live support.
Complete the security check below to finish leaving your comment.
The characters you type in the security check must match the characters in the picture or audio.
เพลงเปิดไม่ได้เปลี่ยนเป็นวิทยุแทนเถอะ
Mar. 26